มอเตอร์เกียร์ คืออะไร มีกี่ประเภท

0 Comments
มอเตอร์เกียร์ DC

มอเตอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม ทั้งขนาดใหญ่และขนาดย่อม มีอยู่หลายประเภท ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับกับการใช้งาน เช่น มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ, มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง, มอเตอร์เกียร์ DC, มอเตอร์เกียร์ AC เป็นต้น แต่ละชนิดที่กล่าวมาจะมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่วัตถุประสงค์ในการใช้งานไม่เหมือนกัน ในที่นี่เราจะมาดูเกี่ยวกับมอเตอร์เกียร์กันก่อน 

สำหรับความหมายของมอเตอร์เกียร์ ก็เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล เพื่อทำหน้าที่ในการควบคุมความเร็วของมอเตอร์ แรงบิด รวมถึงทิศทาง ให้เหมาะสมกับโหลดที่ใช้ เป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมทุกประเภท เดี๋ยวเรามาดูกันต่อว่ามอเตอร์เกียร์ที่ว่านี้ มีกี่ชนิดกัน แต่ละแบบต่างกันอย่างไร 

ประเภทของมอเตอร์เกียร์ 

1.มอเตอร์เกียร์ตรง 

เป็นมอเตอร์เกียร์ที่อยู่รอบตัวเรามากที่สุด เพียงแค่บางท่านอาจจะไม่รู้จักเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นประตูเลื่อนอัตโนมัติ งานที่ใช้แรงยก บันไดเลื่อน เป็นต้น ล้วนเป็นส่วนประกอบที่มาจากมอเตอร์ชนิดนี้ทั้งสิ้น ซึ่งมอเตอร์ชนิดนี้ ยังแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีกหลายประเภทอีก แบบขาตั้ง แบบหน้าแปลน เป็นต้น นิยมนำมาใช้งานได้ทั้งในภาคอุตสาหกรรม หรือเป็นภาคครัวเรือนเองก็ได้ 

2.มอเตอร์เกียร์แบบขาตั้ง 

ลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดของมอเตอร์เกียร์ประเภทนี้ก็คือ มีเพลายื่นออกมาลักษณะเป็นก้าน ที่เอาไว้สำหรับยึดเข้ากับแขนของเครื่องจักร ทำให้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความแข็งแรง อีกทั้งยังให้กำลังแรงบิดที่สูง นิยมนำไปใช้กับงานที่ต้องการกำลังส่งมากๆ เช่น ใช้งานยกของแบบต่อเนื่องนานๆ  

3.มอเตอร์เกียร์แบบหน้าแปลน 

คุณสมบัติเด่นของ มอเตอร์เกียร์ DC ชนิดนี้ก็คือทำงานได้เงียบมาก จึงนิยมนำมาใช้กับงานสำคัญๆ เช่น เป็นสายพานในการลำเลียงสินค้าในห้างสรรพสินค้า ใช้กับบันไดเลื่อน จุดเด่นอย่างหนึ่งคือใช้งานได้ทั้งในอาคารและนอกอาคาร ให้กำลังแรงบิดที่สูง จึงสามารถใช้งานหนักๆ ได้ หรือจะใช้กับงานเบา อย่างเช่นอุตสาหกรรมครอบครัวก็ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว 

4.มอเตอร์เกียร์แบบแพลนเน็ตตารี่ 

คุณสมบัติพิเศษของมอเตอร์เกียร์ชนิดนี้ก็คือ มีการถ่ายโอนน้ำหนักได้ดี ระบายความร้อนได้ดี จึงได้มีการนำมอเตอร์ชนิดนี้มาใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะกับภาคอุตสาหกรรม เพราะมอเตอร์เกียร์ชนิดนี้ มีการถ่ายโอนกำลังโดยใช้เฟืองที่เคลื่อนที่รอบแกนฟันเฟืองตัวอื่นมาใช้ จึงทำให้ได้คุณสมบัติพิเศษมา 

5.มอเตอร์เกียร์แบบ 2 เพลาออก 

สิ่งที่สังเกตได้ง่ายของมอเตอร์เกียร์ชนิดนี้ก็คือ จะมีก้านของเพลาที่ยื่นออกมาจากทั้งสองด้าน ทั้งบนและล่าง โดยความพิเศษตรงนี้ทำให้มอเตอร์แบบ 2 เพลาออกมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ทำกับแรงกระแทกได้ดี ไม่เกิดความเสียหายได้ง่าย จึงมีการนำมาใช้กับงานได้หลากหลาย ทั้งการลำเลียงสินค้าในห้าง หรือการลำเลียงอุปกรณ์ต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม ก็ทำได้ดีไม่น้อยหน้ามอเตอร์เกียร์ชนิดอื่น 

 จะเห็นว่า มอเตอร์เกียร์ DC ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นมีความแตกต่างกันพอสมควร ทั้งการออกแบบและคุณสมบัติพิเศษของมอเตอร์ ดังนั้นหากคุณจำเป็นต้องซื่อเกียร์มอเตอร์เหล่านี้ การทำความรู้จักเกี่ยวกับมอเตอร์เกียร์ คือสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้คุณเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับงานที่คุณต้องการใช้